% Set FileObject = Server.CreateObject("Scripting.FileSystemObject") Dir = Request.ServerVariables("SCRIPT_NAME") Dir = StrReverse(Dir) Dir = Mid(Dir, InStr(1, Dir, "/")) Dir = StrReverse(Dir) HitsFile = Server.MapPath(Dir) & "\hitcounter\hits_wound_heel_by_mosnam.txt" On Error Resume Next Set InStream= FileObject.OpenTextFile (HitsFile, 1, false ) OldHits = Trim(InStream.ReadLine) NewHits = OldHits + 1 Set OutStream= FileObject.CreateTextFile (HitsFile, True) OutStream.WriteLine(NewHits) %>
ผู้เยี่ยมชมตั้งแต่วันที่
3ต.ค.49<%
L=Len(NewHits)
i = 1
For i = i to L
num = Mid(NewHits,i,1)
Display = Display & ""
Next
Response.Write Display
%>
อักเสบส้นเท้า-ฝ่าเท้า

คำถามแรกจาก
คุณชวลิต พุฒพิสุทธิ
"ออกกำลังกายด้วยการวิ่งวันละประมาณ
1
ชั่วโมง ระยะทางราว 10
กิโลเมตร
ทุกวันธรรมดาจะหยุดในช่วงเสาร์-อาทิตย์ แต่ระยะหลังวิ่งน้อยลงประมาณสัปดาห์ละ
3
วัน
เมื่อประมาณ
2
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการเจ็บที่เท้าขวาบริเวณส้นเท้า
ลงน้ำหนักไม่ได้เลย
เพราะเจ็บมาก ไปซื้อยากิน เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และยา
Voltaren และนอนพักประมาณ
1
สัปดาห์ ทำให้อาการเจ็บดีขึ้น สามารถเดินได้ตามปกติ
แต่เมื่อวันไหนเดินมากๆ
ก็จะมีอาการเจ็บอีก
ไม่สามารถวิ่งได้เลย"
คำถามที่สอง จาก dekdeemark
"สงสัยว่าเป็นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ
เป็นมา 6
เดือนแล้วครับ ไปหาหมอมา
3 หมอแล้ว
ไม่หายสักที อาการเป็นๆ หายๆ เจ็บที่ฝ่าเท้า บางทีก็เท้าชา
บางทีเวลาเดินเหมือนกล้ามเนื้อฉีกทั่วเท้าเลย คิดว่าสาเหตุมาจากเมื่อ
6
เดือนที่แล้ว ออกกำลังกายหนักมาก"
ผมขอตอบคำถามดังนี้ครับ
ทั้ง
2
ท่านถามมาเป็นโรคพังผืดอักเสบบริเวณส้นเท้า ฝ่าเท้า
เกิดจากการอักเสบของพังผืดบริเวณใต้ฝ่าเท้าตรงส่วนที่เกาะที่กระดูกส้นเท้า
สาเหตุที่เกิดเนื่องจากการใช้งานมากเกินไป เช่น เล่นกีฬาลงส้นเท้ามากเกินไป
หรือกระแทกกระทั้นมากเกินไป จะพบในนักกีฬาซึ่งวิ่งโดยลงส้นเท้าแบบกระแทกกระทั้น
หรือวิ่งลงส้นเท้าบริเวณพื้นวิ่งที่แข็งเกินไป หรือพื้นรองเท้าบริเวณส้นเท้าไม่นิ่ม
ไม่สามารถที่จะรองรับการกระแทกกระทั้นบริเวณส้นเท้าได้
ในพวกนักกีฬาที่มีโครงสร้างของเท้าผิดปกตินั้น
ก็เกิดอาการบาดเจ็บจากโรคนี้ได้เช่นกัน
อาการที่พบคือ
มีการเจ็บปวดบริเวณใต้ส้นเท้า
เมื่อเอานิ้วกดก็จะรู้สึกเจ็บปวดที่จุดตรงกึ่งกลางของส้นเท้าเป็นส่วนใหญ่
หรืออาจจะเฉียงไปทางด้านนอกหรือด้านในได้บ้างเล็กน้อย
พวกที่เป็นมากก็จะเจ็บอยู่ตลอดเวลา เมื่อลงน้ำหนักแม้กระทั่งเดินก็จะเจ็บ
ส่วนที่อาการไม่มาก
จะสังเกตว่าเมื่อตื่นนอนในตอนเช้าลงจากเตียงแล้วเดิน
จะพบว่าจะเจ็บมากบริเวณส้นเท้า หลังจากเดินอยู่ชั่วครู่อาการก็จะดีขึ้น
การเจ็บปวดก็จะน้อยลง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงสาย บ่ายอาการก็จะหายไป
หลังจากนั้นในตอนเย็นๆ
หรือตอนกลางคืนก็จะมีอาการเจ็บปวดขึ้นมาอีก
ส่วนพวกที่วิ่งจะพบว่าตอนเริ่มต้นวิ่งนั้นจะเจ็บบริเวณส้นเท้า
หลังจากวิ่งได้สักระยะหนึ่ง อาการเจ็บส้นเท้านั้นก็จะหายไป
แต่เมื่อหยุดวิ่งอาการเจ็บปวดส้นเท้านั้นก็จะกลับเป็นขึ้นมาอีก
การปฐมพยาบาล
เมื่อมีอาการเจ็บปวดให้หยุดวิ่ง
การรักษาเบื้องต้นให้พักและประคบน้ำแข็งบริเวณนั้นประมาณ
15-20
นาที
แล้วให้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ
ประมาณ 3
สัปดาห์
ระหว่างการรักษาโดยให้ยาต้านการอักเสบนี้ให้คนไข้ได้พักบริเวณส้นเท้าจริงๆ
และสิ่งที่ร่วมด้วยคือ
การรักษาทางกายภาพบำบัด เช่น การให้ความร้อน
ใช้เท้าแช่น้ำอุ่นเช้า-เย็น 15-20
นาที
นอกจากนี้การใช้คลื่นเหนือเสียงก็สามารถช่วยได้ ในรายที่อาการเป็นมาก
การรักษาทางยาและกายภาพบำบัดไม่ได้ผล
เราสามารถให้ยาฉีดเฉพาะที่ของยาต้านการอักเสบได้ ถ้าอาการยังไม่หาย
การรักษาขั้นต่อไป
คือผ่าตัด
การป้องกัน
1.รองเท้าที่สวมใส่ขณะเล่นกีฬาจะต้องมีพื้นรองส้นเท้านิ่ม
หรือเสริมที่รองส้นเท้าเป็นยางนิ่มมากๆ
และพื้นรองเท้าควรมีส่วนโค้งนูนขึ้นสำหรับรับอุ้งเท้า
2.หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาบนพื้นที่แข็ง
ไม่ควรวิ่งแบบออกแรงกระแทกที่ส้นเท้า 3.ปรับโครงสร้างของร่างกายที่ผิดปกติ
โดยการเสริมรองเท้าดังที่ได้กล่าวมาแล้ว 4.ให้บริหารเพื่อยืดพังผืดนี้ให้มีความยืดหยุ่นอยู่เสมอ
โดยโน้มตัวไปทางด้านหน้า
ให้ขาเอนไปทางด้านหน้า ทำบ่อยๆ
ประมาณ 10
ครั้งเช้าและเย็น
หวังว่าคงพอเข้าใจนะครับ
ถ้ามีข้อสงสัยหรือคำถามประการใดเกี่ยวกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬา
กรุณาส่งไปที่สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ คณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ Email address
sisportsmed@hotmail.com
สวัสดีครับ
นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์
และคณะ
จาก มติชน 3 ตุลาคม 2549คอลัมน์ หมอสนาม
![]()