<% Set FileObject = Server.CreateObject("Scripting.FileSystemObject") Dir = Request.ServerVariables("SCRIPT_NAME") Dir = StrReverse(Dir) Dir = Mid(Dir, InStr(1, Dir, "/")) Dir = StrReverse(Dir) HitsFile = Server.MapPath(Dir) & "\hitcounter\hits_spit_saliva.txt" On Error Resume Next Set InStream= FileObject.OpenTextFile (HitsFile, 1, false ) OldHits = Trim(InStream.ReadLine) NewHits = OldHits + 1 Set OutStream= FileObject.CreateTextFile (HitsFile, True) OutStream.WriteLine(NewHits) %> การวิ่งกับการถ่มน้ำลาย_กฤตย์

ผู้เยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.49<% L=Len(NewHits) i = 1 For i = i to L num = Mid(NewHits,i,1) Display = Display & "" Next Response.Write Display %>

 

การวิ่งกับการถ่มน้ำลาย

 

โดย   กฤตย์  ทองคง

 

               นี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนเห็นเป็นประเด็นน่าสนใจ  น่าจะเขียนมาตั้งนานแล้ว  แต่ผัดผ่อนเลื่อนมาเรื่อยๆ  ที่เป็นเช่นนี้  เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน  ในเมื่อตัวผู้เขียนเองเป็นคนชนิดที่ไม่ถ่มหรือขากสเลดใดๆ ขณะวิ่ง เขียนไปดีไม่ดีจะถูกอีกพวกด่าเอา

 อยากให้พวกเรานักวิ่งทุกคนทั้งผู้ถ่มและไม่ถ่ม  พยายามลองตอบคำถามเหล่านี้ในใจให้ได้ทุกข้อ

 1)     เหมาะสมหรือไม่ที่ผู้ไม่ถ่ม  มาวิจารณ์พฤติกรรมนี้ของนักวิ่งผู้ถ่ม

2)     เหมาะสมหรือไม่ที่ให้ผู้ถ่ม  มากล่าวถึงความชอบธรรมของพฤติกรรมนี้ต่อไป

3)     ขณะวิ่ง จำเป็นหรือไม่ที่ต้องถ่ม  เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงทำไมบางคนไม่ถ่มก็ได้

4)     ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใดที่ต้องถ่ม  หากฝืนไว้  จะมีความทุกข์ทรมานและเสียสุขภาพแค่ไหน

5)     พฤติกรรมถ่มคุกคามนักวิ่งอื่นที่ไม่ถ่ม  รวมทั้งคุกคามนักวิ่งที่นิยมถ่มด้วยกัน  ยกเว้นแต่เจ้าตัวเท่านั้น  ใช่

        หรือไม่

6)     เหตุที่เราทุกคนไม่ควรถ่ม  ก็เพราะเหตุเดียวกับ  ที่เราไม่ควรทิ้งสิ่งที่เราไม่ต้องการ(ขยะ)  ในที่สาธารณะใช่

        หรือไม่

7)     การถ่มในที่สาธารณะเป็นสิทธิส่วนตัวหรือไม่  ถ้าใช่เพราะอะไร  และถ้าไม่ใช่เพราะอะไร     วิธีคิดคำตอบที่

        มีประสิทธิภาพก็คือ  เราต้องพิจารณานิยามของคำว่า “สิทธิส่วนตัว”  ก่อนว่าคืออะไร  ตราบใดที่เรานิยาม

        สิทธิส่วนตัวได้เมื่อไร  เราน่าจะเห็นภาพว่าพฤติกรรมนี้เป็นสิทธิส่วนตัวหรือไม่

8)     สิทธิส่วนตัวต้องมีความสัมพันธ์กับปริมณฑลพื้นที่ส่วนตัวด้วยหรือไม่  กล่าวให้ชัดเจน  สิทธิส่วนตัว 

        สามารถทำในพื้นที่สาธารณะได้หรือไม่

9)     ระดับองศาของความน่ารู้สึกขยะแขยง ชิงชัง และไม่พึงพอใจ  ที่มีต่อผู้อื่นมาถ่มใกล้ๆจะเท่ากันหรือไม่ 

        ระหว่างผู้ไม่ถ่มเลย  กับ  ผู้ที่มีพฤติกรรมถ่มเหมือนๆกัน

10)     ถ้าจะมีความดำริ  เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเช่นนี้  ควรจะมาจากสำนึกของผู้ถ่มหรือควรมาจากกฎกติกา

          ภายนอก  เข้าไปปังคับกะเกณฑ์  ถ้าจะว่าอย่างให้เป็นไปได้จริงๆ

11)     มีความจำเป็นที่ชอบธรรมใดที่นักวิ่งผู้ไม่ถ่มต้องอดทนต่อไป

12)     ผู้มีพฤติกรรมถ่มได้เคยลองฝึกหัดพฤติกรรมอารยะใหม่บ้างหรือไม่  หรือปล่อยใจไปตามเคยชิน

13)     พวกเราเข้าใจว่าการไม่ขากถ่มนี้เป็นพฤติกรรมของบางวัฒนธรรมเท่านั้น  หรือเป็นวัฒนธรรมของ

          สุภาพชนทั่วโลก

14)     ผู้ถ่มที่หลีกเลี่ยงไม่ถ่มลงบนพื้นถนน  แต่เลี่ยงไปถ่มบนสนามหญ้า  ใต้โคนไม้  ในถังดับบุหรี่  กระถางไม้

          ประดับ  ในซอก  แหล่งน้ำ  ในถังขยะ  ได้หรือไม่  เพราะอะไร  หรือว่าต้องในห้องสุขาสถานเดียว  เพราะ

          อะไร

15)     ถ้าจะเลือกทางสายกลาง  แบ่งๆกันไปแบบเอื้ออาทรต่อกัน  ฟังดูดี  แต่...จะให้อารยะชนยอมรับทางสาย

         กลางระหว่างถ่มกับไม่ถ่มได้อย่างไร  (ยอมให้ถ่มในที่สาธารณะบ้างเป็นบางครั้งกระนั้นหรือ)  จะให้สาธุชน

         ยินดีกับทางสายกลางระหว่างความเหมาะสมกับไม่เหมาะสมได้อย่างไร  และว่าให้ถึงที่สุดสามัญสำนึกที่

         ใฝ่ดีทั้งมวลจากนักวิ่งทุกคนจะรับได้หรือไม่หากจะแสวงหาทางสายกลางประนีประนอมระหว่างถูกกับผิด 

         ระหว่างคุกคามกับถูกคุกคาม  ระหว่างสะอาดกับสกปรก  ยิ่งว่าลึกลงไปในหลักการขนาดไหน  ก็ให้ยิ่ง

         ขยะขแยงในแนวคิดมากกว่าตัวสเลดเสียอีก

 

ท่านเคย “โดน” แล้วหรือยัง  ผู้เขียน “เคยโดน” แล้ว  อยากจะเล่าว่า  ไม่ว่าคำขอโทษจะขอขมาสุดขีดอย่างไร  ก็ไม่สามารถลด “สิ่งร้ายๆ” นั้นได้กี่มากน้อย  ไม่ว่าจะเป็นความโสโครกที่เปรอะเปื้อนร่างกาย  หรือความรู้สึกขุ่นเคืองใจ  แต่ผู้เขียนจำต้องปล่อยให้มัน “ผ่านเลย” อย่างไม่เต็มใจ

 

ต้องการให้ชดใช้ปรับสินไหม กระนั้นหรือ?

ต้องการแจ้งความกระนั้นหรือ?

ต้องการให้ปูผ้ากราบตีน  หรือไง!!??

 

ครับ...ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ไม่มีทางคุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

“นี่ฉันทำผิดบาปอะไรหรือ?  ถึงต้องมาทนกับการคุกคามเยี่ยงนี้”

สิ่งที่ต้องการสถานเดียวก็คือ

“ผมปรารถนาให้พวกคุณเลิกถ่มเสียที”

แค่นี้จริงๆ

ความต้องการเพียงแค่นี้  คุกคามเสรีภาพพวกคุณมากหรือเปล่าครับ.

 

 

2  พฤษภาคม  2549