เจ็บส้นเท้า

 

 



 

จากมติชน  10เม.ย.50

คอลัมน์ หมอสนาม

นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ และคณะ

ถามจาก คุณมลทยา ถามมาว่า


"ดิฉันอายุ 27 ปี หนัก 46 กิโลกรัม มีอาการปวดส้นเท้าขวา กดแล้วเจ็บบริเวณกลางส้นเท้าไล่เข้ามาทางด้านในของส้นฝ่าเท้า เคยเข้ารับการทำกายภาพบำบัดโดยใช้ ultrasound แล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดยาเข้าที่ใต้ฝ่าเท้าร่วมกับการตัดแผ่นรองส้นเท้าเพื่อกระจายการลงน้ำหนัก หลังจากฉีดยาแล้วอาการทุเลาลงแต่ยังมีอาการปวดเป็นครั้งคราว และสังเกตว่าตรงบริเวณกลางส้นเท้านูนขึ้นกว่าบริเวณข้างเคียง แต่กดไม่เจ็บ อย่างไรก็ดี หลังจากฉีดยาประมาณ 2 เดือน อาการปวดกลับมาอีก แม้ว่าจะสวมรองเท้าที่ตัดมาก็ไม่ได้ทำให้อาการปวดหายไป เพียงแต่มีอาการปวดน้อยกว่าการเดิน/ยืนด้วยเท้าเปล่า อยากขอคำแนะนำค่ะว่าควรปฏิบัติ หรือรักษาอย่างไร สามารถออกกำลังกายได้หรือไม่"

ผมขอเชิญ อจ.นพ.พิสิฏฐ์ เลิศวานิช แพทย์ประจำสาขาเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตอบดังนี้ครับ

จากอาการที่กล่าวมานั้น น่าจะเข้ากับอาการของภาวะ พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ (plantar fasciitis) หรือถ้าเป็นภาษาชาวบ้านอาจเรียกเป็น "รองช้ำ" โดยมีการบาดเจ็บหรือการอักเสบของที่เกาะพังผืดบริเวณส้นเท้า จะมีอาการปวดกดเจ็บบริเวณส้นเท้า มีอาการมากขึ้นขณะยืนหรือเดิน อาจสังเกตว่ามีอาการปวดมากในตอนเช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งก้าวแรกที่ลงจากเตียง เหตุจากตอนนอนนั้นข้อเท้าและฝ่าเท้าจะอยู่ในท่าซึ่งผ่อนคลาย แต่เมื่อก้าวเดินหลังจากตื่นนอนขึ้นมาพังผืดฝ่าเท้ามีการยืด อย่างทันทีทันใด ทำให้กระตุ้นให้มีอาการปวดขึ้น ในรายที่เป็นไม่มาก อาจมีอาการทุเลาลงหลังจากเดินไปได้สักพัก แต่ในรายที่มีอาการมากขึ้นก็อาจยังมีอาการปวดอยู่ตลอด

ภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงขึ้นในกลุ่มคนอ้วน คนซึ่งมีกิจกรรมต้องเดินหรือวิ่งมากๆ คนซึ่งทำอาชีพต้องยืนนานๆ การมีการตึงตัวของเอ็นร้อยหวาย หรือภาวะฝ่าเท้าแบนก็จะมีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้มากยิ่งขึ้น

การรักษาทำได้โดยรับประทานยาแก้ปวด แช่น้ำอุ่น เลือกใช้รองเท้าซึ่งมีส้นเท้าสูงเล็กน้อย เพื่อหย่อนพังผืดฝ่าเท้า ในบางรายซึ่งมีฝ่าเท้าแบนอาจเลือกใช้แผ่นรองรองเท้าเพื่อเสริมอุ้งเท้า ควรยืดเหยียดพังผืดฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย โดยในระยะซึ่งมีอาการมากช่วงเช้าอาจทำตอนที่เพิ่งตื่นนอนโดยใช้ผ้าคล้องผ่านปลายเท้าแล้วดึงให้กระดกข้อเท้าขึ้นสุด ค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที ทำข้างละ 10 ครั้ง แล้วจึงลงเดิน

นอกจากนี้ ควรบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายซึ่งเป็นจุดที่มักมีอาการตึงร่วมด้วย สามารถทำได้โดยยืนวางเท้าเหลื่อมกันแล้วค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า ส้นเท้าไม่ยกจากพื้นจะรู้สึกตึงบริเวณเท้าหลัง ให้เอนค้างไว้ประมาณ 10 วินาที

การวิ่งควรลดปริมาณลง หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนความเร็วหรือทิศทางทันทีทันใด สำหรับยาฉีดนั้น อาจฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดอาการอักเสบ โดยมักจำกัดการฉีดเพียง 2-3 ครั้ง เพราะต้องการลดผลข้างเคียงเฉพาะที่ของยา ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีอาการปวดจากภาวะอื่นในบริเวณข้างเคียงกัน ซึ่งในบางรายอาจต้องการรับการตรวจเริ่มเติม



 

..............................................................................................................................................................

ภาวะปวดส้นเท้าและรู้เรื่องเท้า

คลิกยางรองส้นเท้า
(Heel Cups )



 

 

 


คลิกอ่านคำแนะนำเพิ่มเติม จากนักวิ่งผู้มากประสบการณ์ ลุงกฤตย์ ทองคง

Plantar Fasciitis เป็นความบาดเจ็บยอดนิยมในหมู่นักวิ่ง ฮิตจริงๆ

เข้าคำตอบเลยนะ คุณผู้ถามเข้ามาระยะหลังจากรักษาไปพักนึงแล้ว ที่สำคัญฉีดยาแล้ว (แน่นอนว่าเป็นยาที่เข้าอนุพันธ์สเตียรอยด์) ที่ข้อกำหนดให้ใช้เพียงหนึ่งเท่านั้นไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่

แนะนำว่าห้ามฉีดอีกเป็นอันขาด ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ยานี้มีอันตราย การที่คุณอยู่ในสเต็ปรักษาขั้นที่ผ่านมานี้ แสดงว่าเจ็บแล้ว ไม่พักจริง คุณกลับไปใช้การออกกำลังอีกครั้งก่อนที่จะหายดี และมันก็กลับเป็นอีก ขอทำนายที่คุณไม่ชอบนักว่า ครั้งนี้นานนัก เหตุเพราะกลับเข้าใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชั้นชิดเกินไป

มีหลายรายที่พักเป็นปีก็ไม่หาย และเลิกวิ่งตลอดชีวิต

เตือน!!!!!

จงหยุดวิ่ง หรือหยุดออกกำลัง(ที่ใช้กล้ามเนื้อส้นเท้าและฝ่าเท้าที่กำลังเป็นปัญหา)อย่างน้อย 4 - 6 เดือน เด็ดขาด นี่อย่างน้อยนะ ถ้ายังอยากจะกลับมาวิ่งได้อีกชีวิตนี้ นานแน่นอนขนาดไหน ติดต่อแพทย์ที่ท่านอยู่ด้วย

PF
นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นความบาดเจ็บที่แสนจะธรรมดาและหายได้ด้วยกรรมวิธีรักษาไม่ซับซ้อน แค่หยุดวิ่งพักฟื้นที่นานพอเพียงและถูกต้องก็หายแล้ว

แต่เพราะไม่หยุด คุณน่าจะล่วงมาถึงสเต็ปที่ 3 แล้ว จงหยุดเด็ดขาด การออกกำลังให้ระงับไว้ก่อน หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ไม่ลงแรงบีบเค้นตรงจุดนี้ เช่นว่ายน้ำ

แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ชีวิตประจำวันไม่เดินได้หรืออย่างไร นั่นแหละที่ลุงเป็นห่วง

คำแนะนำอย่างที่หมอธีรวัฒน์ว่าไว้นั่นดีที่สุด จงปฏิบัติตาม สิ่งที่สำคัญกว่ายา กว่าการ Treatment ใดๆคือการพัก
ตามหารายละเอียดเรื่อง PF ได้ในเรื่องแรกของหนังสือวิ่งของกฤตย์ ทองคง เล่ม 5 ครับ

11 เม.ย. 2550 13:29

..........................................................................................

รู้จักลุงกฤตย์ ทองคง ที่ปรึกษาเวปไซต์ไทยรันนิ่ง,นักเขียนอิสระที่เขียนบทความเรื่องวิ่งมากมาย และนักวิ่งแนวหน้า ได้ที่นี่

หนังสือวิ่งกับกฤตย์ ทองคง

http://www.thairunning.com/krit_runbook.htm

ที่ปรึกษาเวปไซต์ไทยรันนิ่ง

http://www.thairunning.com/grit_advisor/grit_advisor.htm

คลิกยางรองส้นเท้า

 

ผู้เยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 10เม.ย.50