กินก็ง่าย...ถ่ายก็สะดวก

เส้นทางสายสุขภาพ
โดย....ทนายวิจิตร

 

ในการวิ่งมาราธอน (หรือแข่งไตรกีฬาทวิกีฬา จักรยานระยะไกล ว่ายน้ำระยะไกล) นักกีฬาจะต้องทำการโหมกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตกันก่อนการแข่งขัน ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายสะสมไกลโคเจน การสะสมไกลโคเจนของพวกเรานักกีฬาจอมอึดทั้งหลายจะต้อง “มากกว่าธรรมดา” มิฉะนั้นจะเกิดภาวะ “ชนกำแพงได้”

อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารจำพวกแป้ง ข้าว น้ำตาล เผือก มัน ไม่ว่าจะทำออกมาในรูป ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ โรตี มักกะโรนี หรือข้าวหลาม ฯลฯ

เนื่องจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตนี้เมื่อกินเข้าไปมาก ๆ (กว่าปกติ) มักจะมีผลทำให้การขับถ่ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก ยิ่งเป็นคนสูงอายุยิ่งลำบาก บางรายต้องกินยาระบายช่วยหรือใช้วิธีสวนทวารเลยทีเดียว อุจจาระไม่ออกนี่ทรมานมาก

บางครั้งช่วงก่อนการแข่งขันหลายคนมัวแต่ตื่นเต้นกับ “มาราธอนครั้งแรกในชีวิต” เลยทำให้ “ไม่ปวด” และลืมไปเลย มานึกขึ้นได้ก็เพราะดันปวดขณะที่กำลังวิ่งอยู่ในสภาพที่สุดทนกลั้นต่อไปไม่ไหว ก็ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำหลังปั๊มน้ำมันกว่าจะเรียบร้อยเวลาก็ผ่านไปมากมาย

เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย ผมขอแนะนำว่าในการโหมกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตนั้นขอให้ลองกินกล้วยน้ำว้าสุกงอมเข้าไปด้วย

กล้วยน้ำว้าสามารถแก้ปัญหาได้สบายมาก เรียกได้ว่าบรรจุได้เต็มที่ไม่มีปัญหาแน่นอน

พวกเรามารู้จักกล้วยน้ำว้ากันหน่อยเป็นไร ความจริงแล้วผลไม้ชนิดนี้คนไทยต่างรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี หลาย ๆ คนเติบโตมาด้วยกล้วยน้ำว้า ตอนเด็ก ๆ อายุไม่กี่เดือน แม่เคยเอาช้อนขูดเนื้อส่วนที่งอม ๆ ป้อนใส่ปากให้ หลาย ๆ คนกินกล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้หลังอาหาร แต่อีกหลายคนอาจจะไม่ยอมกินเพราะถือว่าเป็นผลไม้ชั้นต่ำ ไม่คู่ควรกับฐานะของตน บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะรสชาติไม่อร่อย

กล้วยน้ำว้าคืออาหารที่ดีมีคุณค่าราคาถูก มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลซึ่งมีคุณสมบัติเยี่ยมเหนือกว่าน้ำตาลที่ได้จากธัญพืชชนิดอื่น ๆ หรือสารชนิดอื่น ๆ น้ำตาลที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของแป้งจากกล้วยน้ำว้าที่สุกนั้น มีคุณสมบัติเฉพาะตัวคือ ทำให้มีฤทธิ์เป็นกรดในลำไส้ ช่วยให้เกลือแร่แคลเซี่ยมถูกดูดซึมได้ง่ายและสมบูรณ์ ถึงแม้ว่ากล้วยน้ำว้าจะมีโปรตีนอยู่น้อยแต่ก็มีไซซีนกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะพวกเรานักกีฬาจอมอึดทั้งหลายนั่นแหละ

โปตัสเซี่ยม แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม โซเดียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ทองแดง นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ บี และซีอีกด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนแต่มีคุณค่าต่อร่างกายนักกีฬาอย่างเรา ๆ ทั้งสิ้น

กล้วยน้ำว้ามีคุณสมบัติพิเศษช่วยในการแก้โรคท้องผูกและแก้โรคท้องเดิน ทั้งยังสามารถใช้เป็นสมุนไพรที่รักษาโรคได้สารพัด

กล้วยน้ำว้าที่สุกงอมนั้นมีฤทธิ์เป็นยาระบายแก้โรคท้องผูก ส่วนกล้วยน้ำว้าดิบใช้กินแก้โรคท้องเดิน ซึ่งต้องใช้กรรมวิธีหลายขั้นตอน สำหรับกล้วยสุกแก้โรคท้องผูกนั้นไม่มีพิธีรีตรองอะไรมาก เพียงแต่เดินหาซื้อกล้วยสุกงอมมากินก็ใช้ได้ ง่ายยังกะปอกกล้วยเข้าปาก

 

 

แต่อย่ากินกล้วยที่เพิ่งจะสุกนะครับ เพราะมันจะทำให้ท้องผูกได้ วิธีสังเกตเลือกซื้อกล้วยชนิด “ดี” ให้ดูที่เปลือกที่ผิว หากเป็นกล้วยแก่ที่สุกมาจากต้นจากสวนจะมีสีเหลืองสวยงามเต่งตึง หากเป็นกล้วยเร่งเพื่อการค้ามักจะเป็นกล้วยอ่อนนำมาบ่มแก๊ลเพื่อเร่งให้สุก สีจะไม่เหลืองสวย มักจะมีสีเขียวปนอยู่มองเห็นได้ ผิวจะเหี่ยว ๆ ย่น ๆ เนื้อในไม่อร่อยเลย คุณค่าทางอาหารก็ไม่มี อย่าไปซื้อมานะครับ พวกพ่อค้าที่เห็นแก่ได้จะได้เลิกกระทำการแบบนี้ซะที พวกนี้จะไม่นึกถึงคุณภาพไม่นึกถึงผู้บริโภค จะนึกถึงแต่ผลกำไรส่วนตนเท่านั้น

สำหรับกล้วยน้ำว้าที่เพิ่งสุกนั้นสังเกตได้ง่าย คือผิวจะยังไม่เหลืองทั่วผล มักมีสีเขียวอยู่ตามเหลี่ยมของผล เปลือกยังหนาและแข็ง ปอกยากและมียางติดอยู่ จะต้องปล่อยทิ้งไว้ให้มันสุกเอง หากใช้วิธีแขวนไว้จะทำให้ผิวไม่ช้ำไม่ดำ

เมื่อกินอาหารประเภทแป้งมาก ๆ และมีอาการท้องผูก อุจจาระมักมีสีเข้มไปจนถึงดำและมีกลิ่นเหม็นเน่า เวลาพูดมักมีกลิ่นโชยออกมาด้วย เรียกว่า “ปากเหม็น” เพราะแทนที่มันจะออกทางก้นทางทวารตามเส้นทางของมัน ดันล้นโชยออกทางปากเวลาพูดวะนี่ ท้องผูกจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของ “ปากเหม็น”

คนทุกคนหากท้องผูกไม่ขับถ่ายมักจะปากเหม็นด้วย ไม่เลือกว่ายากดีมีจน ตำแหน่งงานใหญ่โตเพียงใด เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยแค่ไหน ยิ่งเป็นนักวิ่งอย่างพวกเราแล้ว ตอนเช้าเวลาเข้าเส้นสตาร์ทรวมกลุ่มกัน หากใครยังไม่ลดน้ำหนัก (ถ่ายอุจจาระ) เวลาพูดมักมีกลิ่นโชยตามออกมาด้วย เป็นเช่นนี้ทุกผู้ทุกนาม ตัวเองมักจะไม่รู้แต่คนอื่นได้กลิ่น นี่เป็นผลจากท้องผูกไม่ยอมขับถ่ายตามเวลาอันควร

อย่างไรก็ตาม หากเพื่อน ๆ กินกล้วยที่สุกงอมเป็นประจำแล้ว การขับถ่ายจะดีมาก อุจจาระจะเปลี่ยนสีจากเข้มหรือดำมาเป็นเหลือง และกลิ่นเหม็นเน่าจะหายไป ถ่ายง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก อุจจาระจะถูกขับดันออกมาจนหมดไส้หมดพุงจนคุณรู้สึกได้ รู้สึกโล่งสบายท้อง น้ำหนักตัวจะลดลงประมาณหนึ่งกิโลกรัมขึ้นไป

ที่สำคัญก็คือ เมื่อตื่นนอนขึ้นมา ลำไส้จะบีบรัดตัวทำให้เกิดอาการ “ปวด” ขึ้นมาทันที พอนั่งส้วมก็ “พรวด” ทันทีเช่นกัน ไม่เหลือไว้ให้เป็นภาระอีกต่อไป

แบบนี้นักวิ่งชอบ เพราะประหยัดเวลาดี เพื่อน ๆ ที่รอคิวเข้าแถวอยู่จะได้เข้ามาลดน้ำหนักบ้าง ใครทำเวลานานเกินไป เพื่อนที่รอคิวอยู่ถึงกับทำหน้าบิดเบี้ยว

วิธีการบรรจุคาร์โบไฮเดรตประเภทไม่มีปัญหานี้ ขอให้กินกล้วยน้ำว้าที่สุกงอมก่อนสามสี่ลูก จากนั้นจึงกินคาร์โบไฮเดรตแล้วปิดท้ายด้วยกล้วยน้ำว้าอีกสามสี่ลูก ทำเช่นนี้ทุกมื้อ โดยเฉพาะในวันก่อนวันแข่งขันสำคัญที่สุด ยิ่งกินเป็นอาหารว่างบ่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งวันยิ่งดี

ใครยังไม่เคยกินจะรู้สึกว่า กล้วยน้ำว้ามีรสชาติไม่อร่อย หากฝืนกินไปนาน ๆ ก็จะอร่อยไปเอง การกินกล้วยน้ำว้าเข้าไปมาก ๆ จะไม่มีปัญหาเรื่องการย่อยเลย เนื่องจากมันเป็นอาหารที่ย่อยง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งเนื้อกล้วยยังเป็นแป้ง เป็นคาร์โบไฮเดรตชั้นดีชนิดที่กินก็ง่าย ถ่ายก็สะดวก เพราะมันจะไปบังคับอาหารอื่น ๆ ที่กินเข้าไปพร้อมกันย่อยง่านขึ้น และบังคับให้ออกมาพร้อมกันอีกด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ขอรับรองว่า วิ่งกันตัวปลิวไม่มีคำว่าหมด หมดได้ยังไง ไกลโคเจนอัดแน่นเต็มเปี่ยม เห็นคุณค่าของ “กล้วยน้ำว้า” หรือยังล่ะ คุณพี่