% Set FileObject = Server.CreateObject("Scripting.FileSystemObject") Dir = Request.ServerVariables("SCRIPT_NAME") Dir = StrReverse(Dir) Dir = Mid(Dir, InStr(1, Dir, "/")) Dir = StrReverse(Dir) HitsFile = Server.MapPath(Dir) & "\hitcounter\hits_baowan.txt" On Error Resume Next Set InStream= FileObject.OpenTextFile (HitsFile, 1, false ) OldHits = Trim(InStream.ReadLine) NewHits = OldHits + 1 Set OutStream= FileObject.CreateTextFile (HitsFile, True) OutStream.WriteLine(NewHits) %>
ตั้งแต่
18/01/44: <%
L=Len(NewHits)
i = 1
For i = i to L
num = Mid(NewHits,i,1)
Display = Display & ""
Next
Response.Write Display
%>
บางคนว่าคนเป็นเบาหวานอย่าไปวิ่งเชียวนะ
เป็นลมตายเอาง่าย
ๆ
แต่บางคนก็ว่า
การวิ่งเป็นการรักษาโรคเบาหวาน
คนที่เป็นกลางอาจแนะนำให้รักษาโรคเบาหวานให้หายดีเสียก่อนค่อยเริ่มวิ่ง แต่โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ต้องรักษากันตลอดชีวิตแล้วจะได้ไปวิ่งกับเขาเมื่อไร มิต้องรอจน….หรือ?
วันนี้มาคุยกันเรื่องวิ่ง สำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน วิ่งไปรักษาโรคไป วิ่งไปกับเบาหวาน
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน เพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (คนเป็นเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ) ลดระดับไขมันแอลดีแอลโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ (ซึ่งเป็นอันตรายต่อหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตัน) เพิ่มระดับไขมันเฮสดีแอลโคเลสเตอรอล (ซึ่งไม่เป็นโทษ) ลดความดันโลหิตที่สูงเกินปกติ และลดความอ้วน
แต่ผลเสียก็มีเหมือนกัน ถ้าปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ก็อาจจะเกิดอันตรายได้
ถ้าจะออกกำลังกายโดยการวิ่งทั้ง ๆ ที่เป็นเบาหวานจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต
การวิ่งของคนเป็นเบาหวานขึ้นกับความรุนแรงและวิธีการรักษา
ที่กำลังได้รับอยู่
พอจะแบ่งคนเป็นเบาหวานออกเป็น
3 กลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่ง เป็นกลุ่มที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงไม่มาก ไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ ได้รับการรักษาโดยการควบคุมอาหารอย่างเดียว กลุ่มนี้สบายมากออกวิ่งได้เช่นเดียวกับคนปกติ และการวิ่งจะช่วยให้ลดการกำจัดอาหารได้ เพราะร่างกายได้เผาผลาญอาหารเป็นพลังงานและกลไกการใช้น้ำตาลของร่างกายจะปรับตัวดีขึ้น กลุ่มนี้วิ่ง ๆ ไปตัวโรคเบาหวานอาจจะล้มหายตายจาก กลับกลายเป็นคนไม่เป็นเบาหวาน
กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ต้องรักษาโดยใช้ยากิน จะควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีโรคต่าง ๆ ร่วมขบวนมาด้วยได้แก่ระดับไขมันเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และน้ำหนักมากเกินควร (อ้วน) การรักษาจึงต้องรักษาโรคต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมไปด้วย รวมทั้งการรีดน้ำหนักส่วนเกิน
การวิ่งจึงน่าจะเป็นประโยชน์มาก เพราะสามารถแก้ไขภาวะผิดปกติต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กัน
ข้อควรระวังได้แก่ การเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ในระหว่างการออกกำลังกายและหรือภายหลังการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายหักโหมเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป จึงควรให้กินอาหารบ้างก่อน, ระหว่าง และหลังการวิ่ง ถ้าจะต้องวิ่งติดต่อกันนาน ๆ
กลุ่มที่สาม
เป็นกลุ่มที่ต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลิน
กลุ่มนี้มีอัตราเสี่ยงสูงหลายประการ
ได้แก่
อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติในระหว่างและหลังการวิ่ง
แม้จะหยุดวิ่งแล้วร่วม
24 ชั่วโมง
หรืออาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติจากการออกกำลังกาย โดยเฉพาะในรายที่ได้อินซูลินไม่ถูกขนาดหรือพอเพียงในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ขอแนะนำหลักปฏิบัติสำหรับคนในกลุ่มนี้ดังนี้
ให้รับประทานอาหารก่อนออกวิ่ง 1 – 3 ชั่วโมง
ควรให้อาหารคาร์โบไฮเดรตเช่น ขนมปังหวาน ขนมปังคุกกี้บ้าง (ประมาณ 20 – 25 กรัม) ในระหว่างการออกวิ่งทุก 30 นาที ถ้าต้องวิ่งติดต่อกันเป็นเวลานาน
ในวันที่วิ่งอย่างหนักควรเพิ่มปริมาณอาหารที่รับประทานให้มากกว่าปกติหลังการวิ่งเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
ให้ฉีดยาอินซูลินอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนวิ่งและควรหลีกเลี่ยงการฉีด บริเวณสะโพกหรือต้นขา ซึ่งต้องใช้มากในการวิ่ง เพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมเร็วเกินไป เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้
ควรลดขนาดยาอินซูลินลง 30% - 50% ในตอนเช้าก่อนออกวิ่ง หรือเปลี่ยนแปลงวิธีฉีดยา โดยแบ่งฉีดยาขนาดเศษสองส่วนสามในตอนเช้า และอีกเศษหนึ่งส่วนสามก่อนอาหารเย็น
ถ้าได้เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลก่อนวิ่ง ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ หรือมากกว่า 250 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ให้งดวิ่ง
การวิ่งจะปลอดภัยให้ยึดหลักค่อยเป็นค่อยไป เริ่มด้วยน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเบาหวานกลุ่มที่ต้องฉีดยา เริ่มแรกควรหาเพื่อนวิ่งไปด้วยกัน เตรียมลูกอมหวาน ๆ และขนมหวาน ๆ ติดตัวไว้บ้าง ถ้ามีอาการใจสั่น วิงเวียน แสดงว่าวิ่งมากเกินไปแล้ว ควรชะลอความเร็วเป็นเดิน และรับประทานของหวาน
ถึงเป็นเบาหวาน ถ้าใจจะวิ่ง วิ่งไปเถิด วิ่งไปกับเบาหวาน ถ้าเราวิ่งสม่ำเสมอ ด้วยวิธีการที่ถูกต้องร่างกายจะดีขึ้น การรักษาโรคเบาหวานจะได้ผลดีขึ้น
วิ่ง ๆ ไป โรคเบาหวานอาจจะหยุดอยู่กลางทาง ปล่อยให้เราวิ่งต่อไปอย่างผู้มีชัย
